คุณค่าน้ำนมแม่

นมแม่กับการป้องกันโรคมะเร็ง

08 ธันวาคม 2017
แชร์ให้เพื่อน

นมแม่กับการป้องกันโรคมะเร็ง

[seed_social]
[seed_social]

นมแม่กับการป้องกันโรคมะเร็ง

 

การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ บางครั้งพบด้วยความบังเอิญ

“One sometimes finds what one is not looking for.”
-Alexander Fleming

อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง ชื่อนี้คุ้นๆไหมคะ ทุกวันนี้ที่เรามียาปฏิชีวนะ เพนนิซิลิน ก็เพราะความบังเอิญที่เขาพบในห้องแล็บเล็กๆ ในตึกเก่าแก่ ของโรงพยาบาล Saint Mary ในลอนดอน

วันที่ 3 กันยายน คศ 1928 ขณะที่ Fleming กำลังจัดระเบียบจานเพาะเชื้อในห้องทดลองทางแบคทีเรีย เขายกจานเพาะเชื้อ แบคทีเรีย Staphylococus ขึ้นมาพิจารณาทีละจานๆ. มีอยู่จานหนึ่งมีเชื้อราโผล่ขึ้นมาเป็นกลุ่มเป็นวง ในท่ามกลางเชื้อแบคทีเรียนั้น ถ้าเป็นคนที่ไม่ช่างสังเกต ก็คงจะเก็บทิ้งไปแล้วใช่ไหมคะ ไม่ได้จะเพาะเชื้อราสักหน่อย ขึ้นมาทำไม

แต่ความที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ Fleming สังเกตอย่างละเอียด และเห็นว่า ที่ขอบวงเชื้อรานั้น เชื้อแบคทีเรียไม่สามารถเติบโตเข้าไปใกล้ได้เลย ทำให้เห็นเป็นวงใสๆ รอบๆกลุ่มเชื้อรานั้น เขาปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ว่าเชื้อรากลุ่มนี้น่าจะมีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ เชื้อรา “Penicillium notatum “คือ ต้นแบบของ ยา Penicillin ที่เราใช้กันอยู่จนถึง ปัจจุบันนี้ค่ะ

นี่คือการค้นพบอันยิ่งใหญ่ ในห้องทดลองเล็กๆเก่าๆแห่ง St. Mary’s Hospital ที่ทำให้ Sir Alexander Fleming ได้รับรางวัลโนเบลในปี 1945

โยงกลับสู่ยุคปัจจุบัน. เราจะกล่าวถึงการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่เป็นความบังเอิญ เช่นกันค่ะ ไปที่ห้องแล็บของ Lund University ประเทศ สวีเดนกันค่ะ มหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในยุโรป สวีเดนเป็นประเทศที่สนับสนุนการให้นมแม่ในอันดับต้นๆ ที่นี่จึงมีห้องแล็บที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับนมแม่อย่างเอาจริงเอาจัง

ในปี 1993 Dr. Catharina Svanborg และคณะ กำลังทำการทดลองผลของนมแม่ต่อการที่เชื้อแบคทีเรียจะเกาะติดกับเยื่อบุผิว โดยการใช้เยื่อบุปาก วางในจาน 2 ใบ ที่ใส่เชื้อ Streptococcus pneumoniae เข้าไป
จานใบแรกไม่ได้ใส่นมแม่. ผลคือ เชื้อโรคเข้าไปเกาะที่ผนังเซลล์ได้
จานใบที่ 2 ใส่นมแม่ลงไปด้วย สิ่งที่พบน่ามหัศจรรย์มาก คือ เชื้อโรคไม่กล้ำกรายเซลล์ ไม่เกาะที่ผนังเซลล์เลยด้วยซ้ำไป

นี่คือหลักฐานที่ยืนยันว่า ทำไมเด็กที่กินนมแม่จึงป่วยน้อยกว่า ก็เพราะ นมแม่ทำให้เชื้อไม่ไปเกาะที่ผนังเซลล์เยื่อบุปาก ซึ่งเป็นด่านแรก
เห็นไหมคะ แค่ด่านแรก เชื้อก็บุกเข้าไปไม่ได้แล้ว

Dr Svanborg ยังไม่พอใจเพียงแค่นี้ เธอยังอยากจะรู้ว่า แล้วเซลล์ประเภทอื่นๆล่ะ นมแม่จะป้องกันการบุกรุกได้หรือไม่
เธอจึงนำเอาเซลล์มะเร็งปอดมาทดลองค่ะ
จานทดลอง 2 ใบ ใส่เซลล์มะเร็งปอด และเชื้อ streptococcus pneumoniae จานใบแรก ไม่ได้ใส่นมแม่ ผลคือ เชื้อโรคเข้าไปเกาะที่ผนังเซลล์ได้ และ เซลล์ยังปกติดี มีนิวเคลียสสีดำๆปกติที่กลางเซลล์ และเนื้อของเซลล์ (cytoplasm)ก็ยังปกติค่ะ
จานใบที่ 2 ใส่นมแม่เข้าไป พบว่า เชื้อโรคไม่ไปเกาะที่ผนังเซลล์ และมีอีกอย่างที่แตกต่างจากจานแรกด้วย คือ นิวเคลียสตรงกลางเซลล์มะเร็งปอดจะเหี่ยวหดลดขนาด ติดสีเข้มมาก เป็นลักษณะของเซลล์ที่กำลังจะตายค่ะ (pyknotic cell)

เป็นความบังเอิญไหมคะ ที่นักวิจัยใช้เซลล์มะเร็ง โดยหวังเพียงจะพบว่า นมแม่ช่วยให้เชื้อโรคไม่เข้าไปเกาะผนังเซลล์ แต่กลับพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือ เซลล์มะเร็งที่ใส่นมแม่เข้าไปด้วยนั้นเหี่ยวแห้งตายไปด้วย!

มีอะไรในน้ำนมแม่หรือที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น

นักวิจัยเขาก็คงจะตื่นเต้น จึงทำวิจัยต่อไป โดยร่วมมือกับ Karolinska Institute ที่ Stockholm จนค้นพบว่า เซลล์มะเร็งถูกฆ่าด้วยวิธี “Apoptosis” คือ เซลล์ตั้งโปรแกรมตัวเองให้มุ่งสู่การตาย เป็นวิถีทางหนึ่งที่ร่างกายใช้ในการกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกจากเนื้อเยื่อของเรา (Hakansson PNAS 1995)

ผลที่ทำให้เซลล์ตายนี้พบเฉพาะ casein จากน้ำนมคนเท่านั้น และไม่พบในส่วนใดๆของน้ำนมวัว แพะ หรือแกะ

จากการศึกษาในรายละเอียด พบว่าส่วนสำคัญที่ทำให้ฆ่าเซลล์มะเร็งได้ คือ Alpha-lactalbumin ที่ทำปฏิกริยากับกรดไขมันเฉพาะตัว คือ unsaturarted C18 fatty acid (cis form) ตัว alpha- lactalbumin เดี่ยวๆจะไม่มีความสามารถในการฆ่าเซลล์มะเร็ง

จากข้อมูลตรงนี้ จึงได้คิดชื่อสารนี้ว่า HAMLET ซึ่งย่อมาจาก Human Alpha-lactalbumin Made LEthal to Tumor cells

HAMLET จะฆ่าเฉพาะเซลล์มะเร็ง แต่ไม่ทำอันตรายกับเซลล์ปกติ ที่ห้องทดลองนี้ได้ศึกษาเซลล์มะเร็ง 60 ชนิด รวมทั้ง glioma, adenocarcinoma จากปอด เต้านม ทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ และ ต่อม prostate, fibrosarcoma , lymphoid and myeloid leukemia ทั้งหมดไวต่อ HAMLET และ เซลล์ที่ปกติดีทั้งหมดไม่ตอบสนองต่อ ขบวนการ Apoptosisที่ทำให้เซลล์ตาย โดยHAMLET

พบว่า HAMLET เข้าไปติดกับเซลล์ทั้งเซลล์มะเร็ง และ เซลล์ที่ปกติดี แต่ HAMLET จะทะลุทะลวงเข้าไปได้เฉพาะเซลล์มะเร็งเท่านั้น

ตอนนี้ Professor Cathrina Svanborg ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนมแม่ มา 20 ปีแล้ว เบื้องหลังผนังหินหนาของตึกเก่าแก่ของ Lund University ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์รุ่นบุกเบิก กำลังเดินหน้าสู่การวิจัยเพื่อรักษามะเร็ง โดย โปรตีนชื่อ HAMLETในน้ำนมแม่ ที่ถูกค้นพบโดยบังเอิญ

น่าอัศจรรย์ใจไหมคะ อนาคตสำหรับการรักษามะเร็ง อยู่ในน้ำนมสีขาวที่ผลิตจากเต้านมของมนุษย์มานานนับพันนับหมื่นปีนี่เอง สมบัติทีมีค่าอยู่ใกล้ตัวเราแค่นี้เอง ขึ้นกับว่าใครจะหมั่นเพียรค้นพบและนำออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับมนุษยชาติ

“นี่คือการค้นพบที่จะเปลี่ยนมุมมองการรักษามะเร็งในอนาคต”
Prof . Svanborg ” This is a game-changing discovery for potential cancer treatment for the future”

ทีมนักวิจัยของ Prof Svanborg ได้ใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มี ทุ่มเทให้กับ การวิจัย HAMLET จนกระทั่งเห็นแนวทางที่จะผลิตยารักษามะเร็งชนิดใหม่ได้ แต่ทีมนี้ก็ตกลงกันแล้วว่า ถ้าการวิจัยนี้จะนำไปสู่การผลิตยาออกสู่ตลาด และได้ผลตอบแทนเป็นเงินก็จะนำเงินมาตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อทำงานวิจัย นำประโยชน์กลับสู่สังคม

ใครจะไปรู้ได้คะ ในอนาคตข้างหน้า Prof. Svanborg อาจจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบ HAMLETในน้ำนมแม่ก็เป็นไปได้

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
เอกสิทธิ์น้ำนมแม่ B SSL
การให้นมแม่ช่วยพัฒนาสมองได้อย่างไร
นมแม่ช่วยพัฒนาสมองลูก 2