เมื่อลูกป่วย

โรค มือ เท้า ปาก (hand foot mouth)

22 มิถุนายน 2560
แชร์ให้เพื่อน

โรค มือ เท้า ปาก (hand foot mouth)

พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

โรคมือ-เท้า-ปาก (HAND FOOT MOUTH)

คุณแม่รับน้องผึ้งมาจากโรงเรียน เพราะคุณครูที่ห้องพยาบาลตรวจพบว่าน้องผึ้งมีไข้ และแผลร้อนในที่ลิ้นและกระพุ้งแก้ม จึงแจ้งให้คุณแม่พามาพบหมอเพื่อตรวจว่าเป็นโรคฮิตที่ชอบระบาดตามโรงเรียนอนุบาลหรือไม่

โรคมือ-เท้า-ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด ดังนั้นจึงพบว่าอาจเป็นโรคนี้ได้หลายครั้งตลอดชีวิต เนื่องจากการเป็นโรคแต่ละครั้งจะสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเป็นครั้งต่อไปที่จำเพาะกับไวรัสชนิดนั้นเท่านั้น ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในเมืองไทยคือสายพันธุ์ Coxsackie A16 ซึ่งมักไม่มีความรุนแรงถึงชีวิต ต่างจากที่ระบาดในต่างประเทศ เช่นในไต้หวัน มาเลเซีย ที่พบสายพันธุ์ Enterovirus 71 เป็นชนิดที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย คือ สมองอักเสบ และเสียชีวิตได้

โรคนี้เป็นในคนเท่านั้น ไม่ใช่โรคเดียวกับปาก-เท้าเปื่อยที่พบในสัตว์กีบอย่าง วัว ม้า และแกะ

โรคนี้ติดต่อโดยการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และน้ำจากตุ่มที่ผิวหนัง หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสแล้วนำมือเข้าปาก มีระยะฟักตัว 3-7 วัน

เมื่อติดเชื้อผู้ป่วยจะมีไข้ เป็นแผลในปากหลายจุด ทำให้เจ็บ ทานได้น้อย และน้ำลายไหล มีผื่นเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น ไม่คันแต่อาจรู้สึกเจ็บ อาการไข้มักเป็นไม่เกิน 3 วัน ส่วนอาการเจ็บแผลในปากจะเป็นมากใน 3 วันแรก หลังจากนั้นจะเจ็บน้อยลงและเริ่มทานได้บ้าง พอครบ 7 วันแผลจะหายสนิทก็จะทานได้มากขึ้น อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำและพลังงาน ภาวะชักจากไข้สูง ควรพาลูกพบหมอ หากลูกมีอาการอ่อนเพลียมาก ทานได้น้อย มีภาวะขาดสารน้ำและพลังงาน หรือชักจากไข้สูง

การรักษา

การป้องกัน

หมอตรวจน้องผึ้งพบว่าเป็นโรคมือ-เท้า-ปากจึงให้การรักษาและแนะนำให้หยุดเรียนจนกว่าแผลและผื่นหายสนิท

Admin
มูลนิธิศูนย์นมแม่
บทความที่เกี่ยวข้อง
คุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยให้ลูกน้อยหลับสบายขึ้น
เริ่มดื่มนมกล่อง UHT เมื่ออายุเท่าไร
น้ำนมพุ่ง ลูกสำลัก ทำให้ไม่ยอมดูด