แม่อาสา

ชวนลูกเล่น พัฒนาสมองวัยเตาะแตะ
เขียนโดย kopkap
15 กันยายน 2560
ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า  เด็กเล็ก จะพัฒนา และเติบโตได้เป็นอย่างดีนั้น ก็ต้องอาศัย การดูแล เอาใจใส่...จากคุณพ่อ คุณแม่ และคนรอบข้าง...  เหมือนที่โบราณกล่าวไว้ว่า เด็กเป็นเสมือนผ้าขาว... ถ้าเอาอะไรแต่งแต้มลงไป..เขาก็จะเป็นเช่นนั้น... และช่วงอายุที่สำคัญที่สุด ก็จะเป็น ช่วง 1-3 ปีแรก นี่แหละค่ะ  เป็นโอกาสทองของคุณพ่อ คุณแม่ ที่จะกระตุ้นพัฒนาสมอง  ทำให้เซลล์สมองเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ประเด็นสำคัญคือ  เรา..ผู้ปกครอง..จะทำอย่างไรดี... ...ค่ะ..ก็ ไม่มีอะไรมาก  เพราะเด็กๆ มักเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบกายได้ด้วยการเล่นค่ะ... การเล่น  จึงถือเป็นงานของเด็กๆ เลยทีเดียว..ก็เหมือนกับที่คุณๆ ท่านๆ ก็ต้องทำงานนั่นแหละค่ะ... เพราะการเล่น ก่อให้เกิดกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยพัฒนาสมอง ส่วนที่ควบคุมความสนใจ... หรือกระตุ้น ให้หยิบ จับ สัมผัส และใช้สายตา บังคับกล้ามเนื้อ ซึ่ง เป็นการกระตุ้นการแผ่ขยายของเส้นใยสมอง  ก่อให้เกิดการจดจำ และเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ...อันส่งผลให้เซลล์สมองเจริญเติบโด เสมือนรากไม้ แผ่กิ่งก้านได้อย่างเต็มที่... การที่เด็กๆ เล่นอะไรใจจด.. ใจจ่อ .. ก่อให้เกิดสมาธิ กับการเล่นของชิ้นนั้นๆ จึงเป็นประโยชน์อย่างมาก... ดังนั้น จึงควรฝึกให้เล่น อย่างมีสมาธิ   เมื่อสมาธิดี จะส่งผลให้ สมองทำงานอย่างเป็นระบบ  ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และจดจำ และหากมีการปฏิบัติ..(คือ.เล่น..เล่น และ เล่น..) ก็จะเป็นการลงมือทำอย่างมีประสิทธิภาพ... แต่จะทำอย่างไรให้เด็กๆ มีสมาธิ.....วิธีง่ายๆ ก็คือ 1. คุณพ่อ คุณแม่ ควรเลือกของให้เล่นทีละ 1 อย่าง......(ไม่ควรนำของเล่นหลายชิ้นมาให้เล่นในคราวเดียวกัน) เพราะจะเบียงเบนความสนใจ 2. เล่นในเวลาที่เหมาะสม... (เช่น...เมื่อลูกพร้อม...ไม่ง่วงนอน..ไม่หิว...  และคุณแม่ก็พร้อมเช่นกัน...... อารมณ์ดี หรือมีเวลาว่างพอที่จะเล่นกับเขา....) 3. สถานที่และบรรยากาศ เอื้ออำนวย  ( สงบ..ไม่อึกทึก หรือ อากาศ ร้อน-เย็น เกินไป..) ที่สำคัญ..... ควรสื่อภาษา  อ่าน หรือ พูดคุยกับลูกด้วย..... เพื่อพัฒนาสมาธิ... เช่น อ่านหนังสือ หรือเล่านิทานให้ฟัง อย่างสม่ำเสมอ.. หรือคุณพ่อ คุณแม่ อาจเล่นของเล่นกับลูก เพื่อเตรียมความพร้อม หรือเพื่อพัฒนาทักษะ......ก็จะทำให้สมองของลูกน้อย พัฒนาเร็วยิ่งขึ้น...... เพราะขณะที่คุณแม่ เปล่งเสียง.... การขยับปาก และน้ำเสียงที่พูด จะทำให้ลูกได้ใช้ประสาทสัมผัส.... ใช้ตาจ้องมอง.....  ใช้หูฟังเสียง...... ปากขยับพูดตาม.....  อันนี้ก็จะก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และจดจำ.....  สมองน้อยๆของลูกก็จะบันทึกข้อมูลไว้ และจะนำออกมาใช้ได้ในเวลาต่อๆ มา.... แต่ถ้าพัฒนาการส่วนนี้ไม่ได้รับการกระตุ้น.. ..ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะวัยที่ผ่านพ้นไป ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้..... การกระตุ้นที่ล่าช้า ส่งผลให้เส้นใยสมองแผ่ขยายไม่เต็มที่ อาจส่งผลต่อ ระดับสติปัญญาได้.... เด็กอัจฉริยะ หลายราย ก็ได้ใช้ประโยชน์....จากส่วนนี้ แหละค่ะ และปัจจัยที่สำคัญที่สุด ก็น่าจะเป็น.....เวลา และ ความทุ่มเท.... ที่ คุณๆ ..ท่านๆ.. สามารถหยิบยื่นให้แก่ลูกรัก อันเป็นเสมือนแก้วตา ดวงใจ.... แล้วท่านจะแปลกใจว่า เจ้าตัวน้อย..ทำอะไรได้มากกว่าที่คิดเยอะเลย.... ค่ะ..... เห็นมั้ยคะ การเล่น..นั้น  สำคัญยิ่งนักค่ะ.... สวัสดีค่ะ......
แชร์ให้เพื่อน

ชวนลูกเล่น พัฒนาสมองวัยเตาะแตะ

เรื่องเล่าจากแม่ วันที่พชมาสู่อกแม่อย่างฉัน
เขียนโดย Admin
21 มิถุนายน 2560
เมื่อลูกชายคนแรกของฉันเกิด ท้องนี้ฉันได้รับกำลังใจมากมาย ได้รับความรักที่เต็มสมบูรณ์จากคนรักของฉัน
แชร์ให้เพื่อน

เรื่องเล่าจากแม่ วันที่พชมาสู่อกแม่อย่างฉัน

เด็กอังกฤษร้องไห้มากที่สุด เด็กเดนมาร์กร้องไห้น้อยที่สุด ทราบไหมคะ ทำไม? แม่อาสา
โดย soraya
10 ธันวาคม 2560
12
เด็กอังกฤษร้องไห้มากที่สุด เด็กเดนมาร์กร้องไห้น้อยที่สุด ทราบไหมคะ ทำไม? ก็เด็กอังกฤษได้กินนมแม่น้อยที่สุดยังไงคะ...มาดูกัน เด็กเดนมาร์กกินมากที่สุด เพราะมี “ระบบดูแลสุขภาพ” ที่ดีกว่าค่ะ ในเดนมาร์ก มี “สิทธิการลาคลอด” ของคุณแม่ในช่วงก่อนคลอดและหลังคลอด มากกว่า จึงทำให้คุณแม่ชาวเดนมาร์กรู้สึกเครียดน้อยกว่า และส่งผลให้ดูแลลูกได้ดีมีความใกล้ชิดกันมาก สำหรับสิทธิการลาคลอดในประเทศเดนมาร์ก คุณแม่จะมีวันหยุดก่อนคลอดราว 4 สัปดาห์ และในช่วงหลังคลอดได้ราว 52 สัปดาห์ และแบ่งกันหยุดได้ทั้งพ่อและแม่ คุณ Jessica Joelle Alexander ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการอบรมเลี้ยงดูลูกของเดนมาร์ก ผู้ร่วมเขียนหนังสือ The Danish Way of Parenting เล่าว่าเธอไม่รู้สึกแปลกใจเลยจากผลการศีกษาที่พบว่า เด็กเดนมาร์กไม่ค่อยร้องไห้ เพราะเพราะประเทศเขาให้ความสำคัญกับเด็กในขวบปีแรกมากๆ ในการศึกษายังพบว่า เด็กเดนมาร์ก มีอาการ ปวดท้องโคลิก colic น้อยกว่าด้วย Alexandor บอกว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นเรื่องปกติมากๆ ในเดนมาร์ก มีการให้นมแม่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ในขณะที่อังกฤษเมื่อปี 2016 (Lancet) พบมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำที่สุดในโลก “ขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังพูดกันอยู่จะให้นมแม่หรือไม่ให้ดี แต่ที่เดนมาร์ก เขาไม่มาถกเถียงกัน เพราะเป็นเรื่องปกติที่แม่เดนมาร์กจะให้นมแม่แก่ลูกในปีแรก เขาทำได้ เพราะภาครัฐสนับสนุนมาก ในประเทศไทย เราก็ให้ความสำคัญในเด็กไม่ยิ่งหย่อนกัน ความต่างคือ เราเป็น lip service เสียเยอะค่ะ เราให้แม่หลังคลอดพักเลี้ยงลูกได้แค่ สามเดือน ไปทำงานก็ต้องกระเสือกกระสนให้นมลูก ถ้าที่ทำงานไม่เป็นใจ ให้การสนับสนุน ยิ่งลำบาก ก็มักลงเอยด้วย นมผง และลูกก็อยู่กับคนเลี้ยงต่อไป โชคดีหน่อยถ้าได้ย่ายายญาติในครอบครัวช่วยดู ถ้าไม่มีญาติก็เท่ากับวัดดวงกับพี่เลี้ยงเด็กในเนิสเซอรี่ Thailand 4.0 Children 4.0 มันจะกลับเป็น 0.4 เสียมากกว่า มูลนิธิศูนย์นมแม่ พร้อมแล้วที่จะร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในทุกระดับ ที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขยายวันลาพักหลังคลอดให้แม่ได้นาน ถึง 6 เดือนค่ะ เวียดนามทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ ? ถึงแม้เราจะร่วมกันผลักดัน ให้ Code เป็นกฎหมาย พรบ. ควบคุมการตลาดนมผงได้สำเร็จ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เป็นมาตรการทางกฎหมายหนึ่งอย่างเท่านั้น แต่ถ้าไม่ขยายวันลาคลอด ความฝันเห็นเด็กไทย 4.0 คงมัวๆ เด็กไม่น้อยคงเป็นเด็กที่ร้องไห้เก่ง เป็นเด็กเครียด มีผลถึงการพัฒนาสมองด้วยค่ะ ขอบคุณข้อมูล พญ. กรรณิการ์ บางสายน้อย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
แชร์ให้เพื่อน

เด็กอังกฤษร้องไห้มากที่สุด เด็กเดนมาร์กร้องไห้น้อยที่สุด ทราบไหมคะ ทำไม?

เที่ยวสเปนกลิ่นอายความรักแม่สู่ลูก  แม่อาสา
โดย soraya
10 ธันวาคม 2560
8
เที่ยวสเปนกลิ่นอายความรักแม่สู่ลูก    เที่ยวสเปนกลิ่นอายความรักแม่สู่ลูก : จัตุรัสกลางเมืองบูร์โกส ใกล้กับมหาวิหาร มีบิลบอร์ดขนาดใหญ่ส่งเสริมนมแม่ คนที่ไปหรือกำลังคิดจะไปเที่ยวสเปน อย่าลืมไปแวะดูเมืองน่ารักมีเสน่ห์ เมือง บูร์โกส Burgos ของเขานะคะ เมืองที่มีมหาวิหารบูร์โกส เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม และมหาวิหารแห่งนี้ยังเป็นที่ฝังศพของโรดรีโก ดีอัซ เด บีบาร์ หรือที่รู้จักกันในนาม \"เอลซิด\" ผู้เป็นขุนศึกชาวสเปนผู้เก่งกาจ และภรรยาคีเมนา (Doña Jimena) พลาดไม่ได้ หากได้ไปเห็น จัตุรัสกลางเมืองใกล้กับมหาวิหาร มีบิลบอร์ดขนาดใหญ่ส่งเสริมนมแม่ บูร์โกส (Burgos) เป็นเมืองหลักของจังหวัดบูร์โกสในแคว้นคาสตีลและเลออน ทางภาคเหนือของประเทศสเปน ตั้งอยู่บริเวณขอบด้านเหนือของที่ราบสูงตอนกลาง (Meseta Central) ห่างจากบายาโดลิดเมืองหลักของแคว้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 122 กิโลเมตร และห่างจากกรุงมาดริดไปทางทิศเหนือ 244.7 กิโลเมตร มีประชากรประมาณ 173,600 คนเฉพาะในอาณาเขตของเมืองและอีกประมาณ 10,000 คนในเขตชานเมือง ใครกำลังท่องเที่ยวตอนนี้ แวะไปดูหน่อยนะคะ น่ารักนะคะ เมืองนี้ มีหลายอย่างดีๆ น่าดูน่าชม รวมถึง สังคมคุณภาพที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เต็มที่ด้วยค่ะถ้ายังจำกันได้ ต้นปีที่แล้ว มีข่าว ส.ส. หญิงของสเปน อุ้มลูกให้นมในสภา เพื่อแสดงว่า เธอมีสิทธ์อยู่กับลูก ให้นมลูกที่ไหนก็ได้ สเปน ขอบคุณข้อมูล พญ. กรรณิการ์ บางสายน้อย มูลนิธิศูนย์นมแม่ แห่งประเทศไทย
แชร์ให้เพื่อน

เที่ยวสเปนกลิ่นอายความรักแม่สู่ลูก 

สิ่งที่น่าภูมิใจ : การให้นมแม่ในที่สาธารณะ แม่อาสา
โดย soraya
10 ธันวาคม 2560
9
สิ่งที่น่าภูมิใจ : การให้นมแม่ในที่สาธารณะ การให้นมแม่ในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องที่น่าอายและเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอีกต่อไปแล้วนะคะ มีเรื่องเล่าสนุกๆ จากสามสาวในต่างประเทศ ที่ต่างแสดงถึงสิทธิเสรีภาพในการให้นมลูกในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่พึงกระทำและคุณแม่เหล่านั้น ไม่แคร์สายตาของผู้อื่น เพียงหวังว่าลูกน้อยจะได้กินนมแม่ได้ตามเวลา และในที่สุด ทุกคนต่างชื่นชมค่ะ ขอหยิบยกเอาเรื่องของแม่ที่ลุกขึ้นมาสู้เพื่อนนมแม่ที่เป็นข่าวไปทั่วโลก ไม่นานที่ผ่านมา 13 คน มาบอกเล่าค่ะ แต่เรื่องเล่าครั้งนี้ ขอเล่าเพียง 3 คนก่อนนะคะ คงนี้คงจำกันได้ เรื่องที่ คุณ Larissa Waters เป็นผู้หญิงคนแรกในรัฐสภาของประเทศออสเตรเลีย ที่นำลูกไปให้นมด้วยที่รัฐสภาของเขา สิ่งนี้แสดงถึงหน้าที่ของผู้เป็นแม่ ที่มิอาจปฏิเสธได้ และเป็นผู้หญิงทำงานที่ทำหน้าที่ของผู้เป็นแม่ได้อย่างสมบูรณ์ คุณ Larissa Waters นับว่าเธอได้สร้างประวัติศาสตร์ เพราะไม่เคยมีมาก่อนเลย ในประวัติ 116 ปีรัฐสภาออสเตรเลีย เธอทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นครั้งแรก คนที่สองเป็นครูสอนโยคะ Elizabeth Gooding มีข่าวดัง จากการฟ้องร้องของเธอ เมื่อ YMCA ใน Rhode Island ไม่อนุญาต ให้เธอให้นมลูก ซึ่งเรื่องนี้ กำลังอยู่ระหว่างฟ้องร้องตอนนี้ คนที่สาม คือ คุณแม่ BrieTheisen ที่ถูกเจ้าหน้าที่ของสระน้ำบอกให้ปกปิดขณะที่เธอให้นมลูกริมสระ เธอไม่ยอม และเข้าหาผู้จัดการ ก่อนที่จะออกจากสระน้ำ ได้ผลค่ะ Wood River Aquatic Center ต้องออกมาขอโทษเธอ ตามกฎหมายของรัฐอิลลินอยส์ที่เธออยู่ แม่สามารถให้นมลูกที่ไหนก็ได้ไม่ว่าจะที่ส่วนตัวหรือสาธารณะ ผู้จัดการของ Aquatic center นอกจากจะขอโทษเธอแล้ว ยังบอกว่าจะรีบฝึกอบรมลูกจ้างเขาเรื่องนี้ทันที Theisen ได้ให้สัมภาษณ์อย่างภาคภูมิใจว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุด ในการได้ลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงถึงสิทธิเสรีของผู้เป็นแม่จะได้ทำเพื่อลูก แทนคนอื่นๆ ที่อาจจะยังไม่กล้าและยังไม่ได้รับความสะดวกสบายค่ะ ในปัจจุบัน มีเสื้อคลุมให้นมแม่ ที่มีดีไซน์สวยงามและน่ารัก เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ ในหลายหลายรูปแบบ การให้นมแม่ในที่สาธารณะจึงเป็นเรื่องที่สะดวกสบาย และไม่ใช่เรื่องที่น่าอายอย่างที่หลายๆ คนเคยคิดค่ะ #การให้นมแม่ในที่สาธารณะน่าชื่นชม ขอบคุณข้อมูล พญ. กรรณิการ์ บางสายน้อย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
แชร์ให้เพื่อน

สิ่งที่น่าภูมิใจ : การให้นมแม่ในที่สาธารณะ

ชวนลูกเล่น พัฒนาสมองวัยเตาะแตะ แม่อาสา
โดย kopkap
15 กันยายน 2560
23
ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า  เด็กเล็ก จะพัฒนา และเติบโตได้เป็นอย่างดีนั้น ก็ต้องอาศัย การดูแล เอาใจใส่...จากคุณพ่อ คุณแม่ และคนรอบข้าง...  เหมือนที่โบราณกล่าวไว้ว่า เด็กเป็นเสมือนผ้าขาว... ถ้าเอาอะไรแต่งแต้มลงไป..เขาก็จะเป็นเช่นนั้น... และช่วงอายุที่สำคัญที่สุด ก็จะเป็น ช่วง 1-3 ปีแรก นี่แหละค่ะ  เป็นโอกาสทองของคุณพ่อ คุณแม่ ที่จะกระตุ้นพัฒนาสมอง  ทำให้เซลล์สมองเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ประเด็นสำคัญคือ  เรา..ผู้ปกครอง..จะทำอย่างไรดี... ...ค่ะ..ก็ ไม่มีอะไรมาก  เพราะเด็กๆ มักเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบกายได้ด้วยการเล่นค่ะ... การเล่น  จึงถือเป็นงานของเด็กๆ เลยทีเดียว..ก็เหมือนกับที่คุณๆ ท่านๆ ก็ต้องทำงานนั่นแหละค่ะ... เพราะการเล่น ก่อให้เกิดกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยพัฒนาสมอง ส่วนที่ควบคุมความสนใจ... หรือกระตุ้น ให้หยิบ จับ สัมผัส และใช้สายตา บังคับกล้ามเนื้อ ซึ่ง เป็นการกระตุ้นการแผ่ขยายของเส้นใยสมอง  ก่อให้เกิดการจดจำ และเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ...อันส่งผลให้เซลล์สมองเจริญเติบโด เสมือนรากไม้ แผ่กิ่งก้านได้อย่างเต็มที่... การที่เด็กๆ เล่นอะไรใจจด.. ใจจ่อ .. ก่อให้เกิดสมาธิ กับการเล่นของชิ้นนั้นๆ จึงเป็นประโยชน์อย่างมาก... ดังนั้น จึงควรฝึกให้เล่น อย่างมีสมาธิ   เมื่อสมาธิดี จะส่งผลให้ สมองทำงานอย่างเป็นระบบ  ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และจดจำ และหากมีการปฏิบัติ..(คือ.เล่น..เล่น และ เล่น..) ก็จะเป็นการลงมือทำอย่างมีประสิทธิภาพ... แต่จะทำอย่างไรให้เด็กๆ มีสมาธิ.....วิธีง่ายๆ ก็คือ 1. คุณพ่อ คุณแม่ ควรเลือกของให้เล่นทีละ 1 อย่าง......(ไม่ควรนำของเล่นหลายชิ้นมาให้เล่นในคราวเดียวกัน) เพราะจะเบียงเบนความสนใจ 2. เล่นในเวลาที่เหมาะสม... (เช่น...เมื่อลูกพร้อม...ไม่ง่วงนอน..ไม่หิว...  และคุณแม่ก็พร้อมเช่นกัน...... อารมณ์ดี หรือมีเวลาว่างพอที่จะเล่นกับเขา....) 3. สถานที่และบรรยากาศ เอื้ออำนวย  ( สงบ..ไม่อึกทึก หรือ อากาศ ร้อน-เย็น เกินไป..) ที่สำคัญ..... ควรสื่อภาษา  อ่าน หรือ พูดคุยกับลูกด้วย..... เพื่อพัฒนาสมาธิ... เช่น อ่านหนังสือ หรือเล่านิทานให้ฟัง อย่างสม่ำเสมอ.. หรือคุณพ่อ คุณแม่ อาจเล่นของเล่นกับลูก เพื่อเตรียมความพร้อม หรือเพื่อพัฒนาทักษะ......ก็จะทำให้สมองของลูกน้อย พัฒนาเร็วยิ่งขึ้น...... เพราะขณะที่คุณแม่ เปล่งเสียง.... การขยับปาก และน้ำเสียงที่พูด จะทำให้ลูกได้ใช้ประสาทสัมผัส.... ใช้ตาจ้องมอง.....  ใช้หูฟังเสียง...... ปากขยับพูดตาม.....  อันนี้ก็จะก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และจดจำ.....  สมองน้อยๆของลูกก็จะบันทึกข้อมูลไว้ และจะนำออกมาใช้ได้ในเวลาต่อๆ มา.... แต่ถ้าพัฒนาการส่วนนี้ไม่ได้รับการกระตุ้น.. ..ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะวัยที่ผ่านพ้นไป ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้..... การกระตุ้นที่ล่าช้า ส่งผลให้เส้นใยสมองแผ่ขยายไม่เต็มที่ อาจส่งผลต่อ ระดับสติปัญญาได้.... เด็กอัจฉริยะ หลายราย ก็ได้ใช้ประโยชน์....จากส่วนนี้ แหละค่ะ และปัจจัยที่สำคัญที่สุด ก็น่าจะเป็น.....เวลา และ ความทุ่มเท.... ที่ คุณๆ ..ท่านๆ.. สามารถหยิบยื่นให้แก่ลูกรัก อันเป็นเสมือนแก้วตา ดวงใจ.... แล้วท่านจะแปลกใจว่า เจ้าตัวน้อย..ทำอะไรได้มากกว่าที่คิดเยอะเลย.... ค่ะ..... เห็นมั้ยคะ การเล่น..นั้น  สำคัญยิ่งนักค่ะ.... สวัสดีค่ะ......
แชร์ให้เพื่อน

ชวนลูกเล่น พัฒนาสมองวัยเตาะแตะ

เรื่องเล่าจากแม่ วันที่พชมาสู่อกแม่อย่างฉัน แม่อาสา
โดย Admin
21 มิถุนายน 2560
22
เมื่อลูกชายคนแรกของฉันเกิด ท้องนี้ฉันได้รับกำลังใจมากมาย ได้รับความรักที่เต็มสมบูรณ์จากคนรักของฉัน
แชร์ให้เพื่อน

เรื่องเล่าจากแม่ วันที่พชมาสู่อกแม่อย่างฉัน

ปฏิบัติการกู้น้ำนม แม่อาสา
โดย Admin
20 กันยายน 2560
21
ต่อจากตอนที่แล้ว ถ้าอ่านตอนที่แล้วเหมือนจะราบรื่น มีนมเยอะแยะๆ แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ มีวันไหนที่นมแม่น้อยลงป่าว ขอบอกว่ามีแน่นอน คุณมี้ต้องกู้น้ำนมให้กลับมาถึง 4 ครั้งเลยนะแวววาว การไปทำงานทำให้เราไม่สามารถควบคุมเวลาการปั๊มนมได้ตอลดเหมือนตอนลาคลอดอยู่ที่บ้าน ไหนจะมีประชุมทั้งข้างในข้างนอก ไหนจะออกไปอบรม หรือติดกิจอีกหลายๆ อย่างยุ่งจนแทบไม่มีเวลาปั๊ม แม้แต่ความเครียด สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุให้น้ำนมน้อยลงทั้งนั้น น้อยจริงๆ นะ จากที่คุณมี้ปั๊มได้ 8-10 ออนซ์ ลดหวบมาเหลือแค่ 2-3 ออนซ์เลยหล่ะ น่าใจหายมั้ยหล่ะ จริงๆ ตกใจมากกว่า เอาไงดี เราจะทำยังไงดี ให้น้ำนมกลับมามีมากเพียงพอกับความต้องการของเจ้าแวววาวอีกครั้ง โทรปรึกษาคลีนิกนมแม่ ก็ได้รับคำตอบเดียวสั้นๆ ว่าคุณแม่ต้องปั๊มนะคะ แล้วก็อย่าเครียด เพราะเจ้าแวววาวอายุเกิน 6 เดือนแล้ว คุณแม่ทำดีที่สุดแล้วนะคะ กรี๊ดๆๆ ยอมได้ไงอะ สู้มาขนาดนี้แล้ว ไม่ได้สิ เราต้องกู้น้ำนมกลับมา ในที่สุดก็ค้นพบวิธีของตัวเอง ขอบอกว่าของตัวเองจริงๆ วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้สำหรับคนอื่น แต่ถ้าไม่มีวิธีไหนแล้วใครจะลองทำตามก็ไม่ห้ามนะคะ ปฏิบัติการกู้น้ำนมฉบับคุณมี้ของแวววาว ขั้นแรกเลย หม่ำยากระตุ้นน้ำนม (Motilium M) จริงๆ แล้วที่คลีนิกนมแม่บอกว่ายาตัวนี้ถ้าเบบี๋ของเราอายุเกิน 6 เดือนแล้วมักไม่ได้ผล แต่ถ้าจะทานก็ไม่มีอะไรเสียหาย โอเคคุณมี้หม่ำยา แล้วมันช่วยได้จริงๆ นะขอบอก ต่อมา ขยันปั๊ม ช่ายเลย ในเมื่อเราปั๊มกลางวันไม่ได้เราก็ปั๊มมันกลางคืนเนี่ยแหละ ทุกคนในบ้านจะรู้เลย ถ้าคุณมี้ตื่นมาปั๊มนมทุก 2 ชม. เมื่อไหร่ แปลว่าคุณมี้กำลังเข้าโหมดกู้น้ำนมให้เจ้าแวววาวอยู่อะ คือ วิธีนี้เหมือนบอกร่างกาย ว่าตอนไหนเราต้องการนมมาก กลางวันเราอาจปั๊มได้แค่ 1-2 ครั้ง แต่กลางคืน ถ้าเราปั๊มทุก 2 ชม. เราจะปั๊มได้ถึง 4-5 ครั้ง ร่างกายเราก็จะเริ่มจำเวลา ว่ากลางคืนต้องการปริมาณน้ำนมเยอะ ก็จะผลิตเยอะ สุดท้าย หม่ำทุกอย่างที่มีประโยชน์ ทุกอย่างที่เป็นอาหารกระตุ้นน้ำนม เมนูซ้ำ ก็ต้องทาน บางทีเบื่อแสนจะเบื่อก็ยังต้องหม่ำเข้าไป สารพัดจะสรรหา ทั้ง แกงเลียง ต้มหัวปลี ผัดบวบ ส้มตำ ไก่ผัดขิง (เมนูนี้คุณมี้แหวะสุดๆ) แล้วก็ต้องทานน้ำอุ่น และน้ำขิง ตลอดเวลา หาเวลาพักผ่อนนอนหลับทันทีที่ทำได้ อย่าไปติดหนังหรือติดละครนะคะ ถ้ามีโอกาศนอนให้รีบนอน คุณมี้ตกข่าวไปมากมายเพราะว่าไม่ได้ดูทีวีเลยเนี่ยแหละเจ้าแวววาวจ๋า แล้วคุณมี้ก็ประสบความสำเร็จกับการพยายามกู้น้ำนมทั้ง 4 ครั้ง ^^ ณ บัดนาว คุณมี้ปั๊มนมได้มากที่สุด 10 ออนซ์ ในขณะที่เจ้าแวววาวอายุ 1 ขวบ 7 เดือนแล้ว คุณมื้ถือว่าคุณมี้ทำดีที่สุดแล้ว แต่ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่าห้ามเครียดนะ ห้ามวิตกจริต หรือจิตตก เพราะความรู้สึกเหล่านั้นนอกจากไม่ช่วยอะไรแล้วยังทำให้น้ำนมน้อยอีกต่างหาก (ก็รู้อะเนอะ แต่ทำยากน่าดู) อย่ากดดันตัวเอง ทำไปเรื่อยๆ คุณมี้จะท่องไว้เสมอว่าทำได้แค่ไหนแค่นั้น ถ้ามันจะหมดก็ไม่เป็นไร เราทำเต็มที่แล้ว เราไม่ต้องมาเสียใจภายหลังเลย เพราะเราทำดีที่สุดแล้ว สู้สู้ ..... อ่านถึงตรงนี้บางคนอาจคิดว่า คุณมี้โรคจิตป่าว แต่ก็นะ ถ้าใครทำได้ มันเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เองเลยหล่ะ จริงๆ นะ จบแล้วจ้า 3 ตอนรวด เขียนยาวเนอะ อ่านกันตาแฉะเลย
แชร์ให้เพื่อน

ปฏิบัติการกู้น้ำนม