พรบ.ควบคุม

Press Tour สัญญาประชาคมท่าม่วงผลักดัน พรบ.CODE
เขียนโดย Admin
26 สิงหาคม 2560
“มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ” จับมือ “ชุมชนท่าม่วง” ประกาศ “สัญญาประชาคม CODE” รวมพลังภาคีเครือข่าย เร่งผลักดัน  พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกฯ”                       “มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย” ร่วมกับตำบลนมแม่ “เทศบาลตำบลท่าม่วง” อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี  ประกาศสัญญาประชาคม จับมือองค์กรภาคีเครือข่ายและภาคประชาสังคม เร่งผลักดัน “พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง (CODE)” เพื่อปกป้อง สิทธิ์ของเด็กทารกให้ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนพร้อมกระตุ้นสังคมไทยให้ตระหนัก และรู้เท่าทันกลยุทธ์การตลาดของนมผง            แพทย์หญิงยุพยง แห่งเชาวนิช เลขาธิการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าการละเมิด CODE ของบริษัทผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก ด้วยการทำการสื่อสารการตลาดในรูปแบบต่างๆ ล้วนเป็น อุปสรรคที่สำคัญของการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในปัจจุบัน ด้วยอิทธิผลของการโฆษณา ที่สร้างภาพ และความเชื่อว่านมผงดีเทียบเท่านมแม่ โดยระบุว่ามีสารอาหารต่างๆ ทั้ง ครบถ้วนทำให้แม่เกิดความ เข้าใจ ผิดตัดสินใจหันไปใช้นมผงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่มีอาหารอะไรที่มีคุณค่าและสามารถทดแทนนมแม่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของไทยลดต่ำลงเหลือเพียงร้อยละ 12 ซึ่งน้อยกว่า ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดในกลุ่มประเทศอาเซียน                       “ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตนมผงได้รุกเข้าไปทำตลาดถึงในชุมชน เป็นผลให้ชุมชนต้องออก มาปกป้อง แม่และเด็กในชุมชนของตนเอง ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับชาวตำบลท่าม่วง ดังนั้นหากมีพระราชบัญญัติควบคุม การส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก ก็จะช่วยปกป้องเด็กไทยทั่วประเทศจากการละเมิด CODE ของ บริษัทนมผงได้” พญ.ยุพยง กล่าว            นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยแม่เพียงอย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน ให้ได้ร้อยละ 60 ภายในปี 2558 หรือตั้งเป้าให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกให้ได้ 4.8 แสนคนน และส่งเสริมให้นมแม่อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับอาหารตามวัยเป็นระยะเวลา 2 หรือนาน กว่านั้น  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทย จะต้องช่วยกันสนับสนุน และผลักดัน ให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว  ดร.บวรสรรค์ เจี่ยดำรง ตัวแทนคณะผู้วิจัยจาก “โครงการ การสื่อสารเพื่อสนับสนุนนมแม่และผลักดันร่างพ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กฯ” เปิดเผยว่า การวิจัยกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของบริษัทนมผงและการละเมิด CODE พบว่าอุตสาหกรรม นมผงได้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการโดยมีเครื่องมือการสื่อสารที่สำคัญ 7 ประการได้แก่ การโฆษณา, การส่งเสริมการขาย, พนักงานขาย, การขายตรง, การตลาดอนเตอร์เน็ต, การแสดงสินค้า ณ จุดขาย และบรรจุภัณฑ์ โดยรูปแบบดังกล่าวล้วนแต่เป็นการละเมิด CODE ทั้งสิ้น            จากอิทธิผลของการสื่อสารการตลาดเหล่านี้ได้สร้างวาทกรรมและมายาคติที่ส่งผลต่อความคิดและความเชื่อแก่แม่ว่าสารอาหารในนมผงมีเทียบเท่ากับนมแม่ผ่านการใช้ภาษาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ อีกทั้ง การใช้ภาษาโฆษณายังสร้างความกังวลใจให้กับแม่ว่านมแม่อาจมีสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความ ลังเลใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก การสื่อสารการตลาดที่ละเมิด CODE ในปัจจุบัน มีผลให้แม่เชื่อและลังเลว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แล้วใช่นมผงร่วม หรือจะใช้นมผงอย่างเดียว แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ มีผลกระทบ ต่อการตัดสินใจ คือการใช้บุคลากรทางการแพทย์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารการตลาดในรูปแบบต่างๆ อาทิ การเป็นวิทยากร การแจกตัวอย่างนม หรือการใช้พื้นที่ของสถานพยาบาลแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ องนมผง ดังนั้นเราจึงควรเร่งผลักดันให้ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้โดยเร็ว” ดร.บวรสรรค์ระบุ            นางศิริพรรณ ภัทรสิริวรกุล อสม.ดีเด่น ประจำปี 2553  เปิดเผยว่า ตำบลท่าม่วงได้รับการคัดเลือก ให้เป็นชุมชนนมแม่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาตั้งแต่ปี 2551 ด้วยการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกับโรงพยาบาล สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 เริ่มตั้งแต่กระบวนการ ฝากครรภ์ มี อสม. คอยดูแลติดตามช่วยเหลือหลังคลอดถึงที่บ้าน มีการจัดมุมนมแม่ในโรงงาน การให้ ความรู้ในโรงเรียน รวมไปถึงการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ให้มีจิตสำนึก เกิดความตระหนัก และเห็น ความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่บริษัทนมผงขอติดต่อเข้ามาจัดกิจกรรมแจกนมผงในโรงพยาบาล โรงเรียน และชุมชน ทำให้ชมรม อสม. ร่วมกันหาวิธีการรับมือป้องกัน จึงจัดการรณรงค์ไม่ให้มี การจำหน่ายนมผง ในร้านค้าที่อยู่พื้นที่ของชุมชน ซึ่งปัจจุบันร้านค้าทั้ง 7 แห่งในตำบลท่าม่วงไม่มีนมผงจำหน่าย นอกจากนี้ให้ อสม.ลงเยี่ยมเยียนช่วยเหลือสนับสนุนแม่หลังคลอดทุกคน เพื่อให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ให้ได้ อย่างน้อย 6 เดือน หรือมากกว่านั้น            “การจัดเวทีสัญญาประชาคม CODE ของชาวท่าม่วงในครั้งนี้ ต้องการแสดงให้ทุกคนรู้ว่า การเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่นั้นมีประโยชน์และมีคุณค่าทั้งกับตัวแม่และเด็กมากกว่านมผง และจะเป็นการดีหาก พ.ร.บ.ฉบับนี้สามารถประกาศบังคับใช้ ก็จะช่วยให้เป้าหมายของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 100 เปอร์เซ็นต์ นั้นเป็นจริงได้เร็วมากขึ้น” อสม. ดีเด่นกล่าว                       สำหรับ “พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ได้ผ่านการขับเคลื่อนจากหน่วยงานต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขและภาคประสังคมมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการได้รับการรับรองจากภาคีเครือข่ายในที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 เมื่อปี 2553 โดยคณะรัฐมนตรีได้รับรองมติของที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในปี 2554 และปัจจุบัน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวอยู่ในระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบและประกาศเป็นกฏหมายที่มีผลบังคับใช้ต่อไป               ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยจะต้องร่วมกันสนับสนุนและผลักดันให้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มีผลบังคับใช้ เพื่อปกป้องเด็กไทยทุกคนให้ได้รับโอกาสในการกินนมแม่ ควบคู่ไปกับ การสร้างความตระหนักและรู้เท่าทันในกลยุทธ์การตลาดของนมผง เพื่อ ปกป้อง ส่งเสริม และ สนับสนุน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
แชร์ให้เพื่อน

Press Tour สัญญาประชาคมท่าม่วงผลักดัน พรบ.CODE

ทำไมต้องควบคุมการโฆษณานมผงทารกตั้งแต่ แรกเกิดถึง 3 ปี ?
เขียนโดย soraya
12 ธันวาคม 2560
ทำไมต้องควบคุมการโฆษณานมผงทารกตั้งแต่ แรกเกิดถึง 3 ปี ? พรบ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก ไม่ได้ห้ามการขายนมผง ไม่ได้บังคับว่าต้องกินนมแม่นานเท่านั้นเท่านี้ เพียงแต่ห้ามการโฆษณา และส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก(อายุ แรกเกิดถึง 1 ปี )และเด็กเล็ก(อายุ 1-3 ปี) ซึ่งเป็นช่วงอายุที่อาหารมีความสำคัญมากสำหรับการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย สมองและสติปัญญา นมแม่เป็นอาหารหลักสำหรับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน หลังจากนั้น เมื่อทารกเริ่มกินอาหารเสริม ก็จะกินนมแม่ควบคู่ไปด้วยจนถึงอายุ 2 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นกับครอบครัวตัดสินใจตามบริบทของแต่ละครอบครัว เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปที่กินอาหารหลัก 3 มื้อ ก็ยังคงกินนมแม่ร่วมด้วยได้ ดังนั้นนมที่จะให้หลังอายุ 1 ปี ก็ยังถือว่าเป็นนมทดแทนนมแม่อยู่ดี ถึงแม้ไม่ใช่อาหารหลักค่ะ การโฆษณานมที่ใช้ทดแทนนมแม่ไม่ว่าที่อายุใดๆ จึงมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเริ่มหรือ เลิกนมแม่ จึงควรมีการควบคุม การห้ามโฆษณา อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ในปัจจุบันนี้ ก็ห้ามโฆษณานมผงสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 1 ปี และให้โฆษณานมผงเด็กโตเกิน 1 ปีได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร 1. โฆษณานมสำหรับเด็กอายุ เกิน1 ปี แต่คนดูไม่รู้ว่านี่สำหรับเด็กโตเกิน 1 ปี ดูแล้วเหมารวมว่า เด็กเล็กก็กินนมชนิดนี้ได้ ทั้งนี้ เพราะ ทั้งรูปแบบกล่อง กระป๋อง ภาพข้างกล่อง ข้างกระป๋อง แทบจะเหมือนกับนมเด็กแรกเกิด ถึง 1 ปี ทุกประการ การโฆษณา นมเด็กเกิน 1 ปี จึงเท่ากับโฆษณานมทารกแรกเกิดไปด้วย อย่างนี้ภาษาโฆษณา เขาเรียก ว่า Cross Promotion คือสินค้าคนละแบบกัน แบบหนึ่งโฆษณาได้ อีกแบบห้าม ก็ใช้โลโก้ให้เหมือนกันไปเสียเลย ไม่ผิดกฎหมาย( ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือเหล้าเบียร์ที่ห้ามโฆษณา แต่น้ำดื่มโฆษณาได้ ก็เอายีห้อเบียร์ มาเป็นยีห้อน้ำ ) เรื่องนมผงก็เช่นกันค่ะ ถ้าเราบอกว่าห้ามโฆษณานมเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี แต่เกิน 1 ปี โฆษณา ได้ คราวนี้ก็สบายค่ะ ใช้โลโก้เหมือนกันทั้งนมเด็กทารก และเด็กโต เลี่ยงกฎหมาย เราจึงต้องการให้ควบคุมการโฆษณา และส่งเสริมการตลาดถึงนมอายุ 3 ปีไปเลย ตัดปัญหาเรื่อง cross promotion นี้ 2. พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ดูโฆษณานมผงเด็กโตเกิน 1 ปี ก็เข้าใจว่า เกิน 1 ปี ควรไปกินนมผงได้แล้ว จะได้แข็งแรง ฉลาดเหมือนเด็กในโฆษณา ก็จะไปกดดันให้แม่ที่ให้ลูกกินนมแม่ถึง 1 ปี ว่าเลิกได้แล้ว มากินนมผงเถอะ เด็กไทยแทนที่จะกินนมแม่กันได้นานๆ ก็จะได้นมแม่ลดน้อยลงไปอีก 3. พ่อแม่และครอบครัว พอเห็นลูกอายุเกิน 1ปี ไม่กินข้าว ก็จะไปซื้อนมผงเด็กโตที่โฆษณามาให้กิน ด้วยเข้าใจผิดว่าเป็นนมผงทดแทนมื้ออาหารได้ ( บางคนถึงกับบอกว่าลูกไม่กินอาหาร ก็ไปซื้อนมผงชนิดนั้นๆมากินสิ เขาทำสำหรับเด็กไม่เจริญอาหาร ) ในความเห็นของดิฉัน “การปกป้องนมแม่ ควรจะปกป้องเด็กทุกอายุที่ยังกินนมแม่อยู่ และปัจจุบันนี้มีเด็กนมแม่มากมายที่กินนมแม่กันนานถึง 3ปี เราจึงควรจะปกป้องพวกเขา ให้ได้น้ำนมแม่อันทรงคุณค่าได้นานที่สุดเท่าที่แม่ลูกแต่ละคู่ต้องการ โดยปราศจากการโฆษณา และส่งเสริมการตลาด ของอาหารทารกและเด็กเล็กค่ะ ” พญ. ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล
แชร์ให้เพื่อน

ทำไมต้องควบคุมการโฆษณานมผงทารกตั้งแต่ แรกเกิดถึง 3 ปี ?

ทำไมต้องควบคุมการโฆษณานมผงทารกตั้งแต่ แรกเกิดถึง 3 ปี ? พรบ.ควบคุม
โดย soraya
12 ธันวาคม 2560
18
ทำไมต้องควบคุมการโฆษณานมผงทารกตั้งแต่ แรกเกิดถึง 3 ปี ? พรบ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก ไม่ได้ห้ามการขายนมผง ไม่ได้บังคับว่าต้องกินนมแม่นานเท่านั้นเท่านี้ เพียงแต่ห้ามการโฆษณา และส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก(อายุ แรกเกิดถึง 1 ปี )และเด็กเล็ก(อายุ 1-3 ปี) ซึ่งเป็นช่วงอายุที่อาหารมีความสำคัญมากสำหรับการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย สมองและสติปัญญา นมแม่เป็นอาหารหลักสำหรับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน หลังจากนั้น เมื่อทารกเริ่มกินอาหารเสริม ก็จะกินนมแม่ควบคู่ไปด้วยจนถึงอายุ 2 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นกับครอบครัวตัดสินใจตามบริบทของแต่ละครอบครัว เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปที่กินอาหารหลัก 3 มื้อ ก็ยังคงกินนมแม่ร่วมด้วยได้ ดังนั้นนมที่จะให้หลังอายุ 1 ปี ก็ยังถือว่าเป็นนมทดแทนนมแม่อยู่ดี ถึงแม้ไม่ใช่อาหารหลักค่ะ การโฆษณานมที่ใช้ทดแทนนมแม่ไม่ว่าที่อายุใดๆ จึงมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเริ่มหรือ เลิกนมแม่ จึงควรมีการควบคุม การห้ามโฆษณา อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ในปัจจุบันนี้ ก็ห้ามโฆษณานมผงสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 1 ปี และให้โฆษณานมผงเด็กโตเกิน 1 ปีได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร 1. โฆษณานมสำหรับเด็กอายุ เกิน1 ปี แต่คนดูไม่รู้ว่านี่สำหรับเด็กโตเกิน 1 ปี ดูแล้วเหมารวมว่า เด็กเล็กก็กินนมชนิดนี้ได้ ทั้งนี้ เพราะ ทั้งรูปแบบกล่อง กระป๋อง ภาพข้างกล่อง ข้างกระป๋อง แทบจะเหมือนกับนมเด็กแรกเกิด ถึง 1 ปี ทุกประการ การโฆษณา นมเด็กเกิน 1 ปี จึงเท่ากับโฆษณานมทารกแรกเกิดไปด้วย อย่างนี้ภาษาโฆษณา เขาเรียก ว่า Cross Promotion คือสินค้าคนละแบบกัน แบบหนึ่งโฆษณาได้ อีกแบบห้าม ก็ใช้โลโก้ให้เหมือนกันไปเสียเลย ไม่ผิดกฎหมาย( ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือเหล้าเบียร์ที่ห้ามโฆษณา แต่น้ำดื่มโฆษณาได้ ก็เอายีห้อเบียร์ มาเป็นยีห้อน้ำ ) เรื่องนมผงก็เช่นกันค่ะ ถ้าเราบอกว่าห้ามโฆษณานมเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี แต่เกิน 1 ปี โฆษณา ได้ คราวนี้ก็สบายค่ะ ใช้โลโก้เหมือนกันทั้งนมเด็กทารก และเด็กโต เลี่ยงกฎหมาย เราจึงต้องการให้ควบคุมการโฆษณา และส่งเสริมการตลาดถึงนมอายุ 3 ปีไปเลย ตัดปัญหาเรื่อง cross promotion นี้ 2. พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ดูโฆษณานมผงเด็กโตเกิน 1 ปี ก็เข้าใจว่า เกิน 1 ปี ควรไปกินนมผงได้แล้ว จะได้แข็งแรง ฉลาดเหมือนเด็กในโฆษณา ก็จะไปกดดันให้แม่ที่ให้ลูกกินนมแม่ถึง 1 ปี ว่าเลิกได้แล้ว มากินนมผงเถอะ เด็กไทยแทนที่จะกินนมแม่กันได้นานๆ ก็จะได้นมแม่ลดน้อยลงไปอีก 3. พ่อแม่และครอบครัว พอเห็นลูกอายุเกิน 1ปี ไม่กินข้าว ก็จะไปซื้อนมผงเด็กโตที่โฆษณามาให้กิน ด้วยเข้าใจผิดว่าเป็นนมผงทดแทนมื้ออาหารได้ ( บางคนถึงกับบอกว่าลูกไม่กินอาหาร ก็ไปซื้อนมผงชนิดนั้นๆมากินสิ เขาทำสำหรับเด็กไม่เจริญอาหาร ) ในความเห็นของดิฉัน “การปกป้องนมแม่ ควรจะปกป้องเด็กทุกอายุที่ยังกินนมแม่อยู่ และปัจจุบันนี้มีเด็กนมแม่มากมายที่กินนมแม่กันนานถึง 3ปี เราจึงควรจะปกป้องพวกเขา ให้ได้น้ำนมแม่อันทรงคุณค่าได้นานที่สุดเท่าที่แม่ลูกแต่ละคู่ต้องการ โดยปราศจากการโฆษณา และส่งเสริมการตลาด ของอาหารทารกและเด็กเล็กค่ะ ” พญ. ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล
แชร์ให้เพื่อน

ทำไมต้องควบคุมการโฆษณานมผงทารกตั้งแต่ แรกเกิดถึง 3 ปี ?

ยื่นเรื่องสนับสนุนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พรบ.ควบคุม
โดย soraya
12 ธันวาคม 2560
10
ยื่นเรื่องสนับสนุนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้(12ม.ค.60) เครือข่ายครอบครัวนมแม่ นำโดย พญ.ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล ตัวแทนคุณแม่ดารา คุณลอร่า คุณโน้ตคุณลิซ่า คุณแม่และเด็กเล็กกว่า 10 คน มายื่นเรื่องสนับสนุนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการออกกฎหมายควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ที่อาคารรัฐสภา เกิดเหตุระทึก เมื่อป้ายนิทรรศการขนาดใหญ่ล้มทับเครือข่ายครอบครัวนมแม่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ผู้บาดเจ็บท่านนั้นคือคุณรสา ที่เอามือไปรับบอร์ดเพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเด็กที่อยู่โดยรอบบริเวณดังกล่าว แต่ด้วยน้ำหนักของบอร์ดที่มีขนาดใหญ่ทำให้รับน้ำหนักไม่ไหวบอร์ดจึงล้มลงมาทับ คุณแม่รสาเล่าว่า \'แว่บแรกที่คิดคือ ตรงนั้นเด็กๆอยู่ ทำไงให้โดนน้อยที่สุด เราเจ็บคงไม่เป็นไรมากแต่เด็กเล็กโดนล่ะ นึกไม่ออกว่าจะเจ็บมากแค่ไหนค่ะ คือ จิตวิญญาณความเป็นแม่มันสั่งการให้ทำค่ะ ลูกเคยป่วยอยู่ใน icu เกือบเสียชีวิต มันเจ็บปวดที่สุดแล้ว ที่เห็นลูกเจ็บ เลยตั้งแต่นั้นมา เซนซิเทฟตลอดเรื่องเด็กน้อย\' คุณรสา เป็นทั้งแม่ที่ช่วยปกป้องสิทธิลูกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และปกป้องเด็กๆไม่ให้ได้รับภยันตราย คุณรสาข้อมือเจ็บจากรับแรงกระแทก แต่ขยับนิ้วได้หมด x-ray แล้ว ไม่แตก ไม่ร้าว ไม่หักค่ะ หมอให้ประคบเย็น ให้ยาทา และไทลินอล มาใช้เมื่อมีอาการปวดค่ะ ตอนนี้คุณรสาอาการดีขึ้นแล้ว ให้นมลูกได้ ส่งกำลังใจให้คุณรสากันนะคะ ขอบคุณเรื่องและภาพจากพี่นก คลินิกนมแม่นครปฐม,หนังสือพิมพ์คมชัดลึก,คุณหมอศิริพัฒนา  
แชร์ให้เพื่อน

ยื่นเรื่องสนับสนุนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

แถลงการณ์ร่วม #องค์การยูนิเซฟ และ #องค์การอนามัยโลก ยืนยันสนับสนุนร่างพรบ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย พรบ.ควบคุม
โดย soraya
12 ธันวาคม 2560
10
แถลงการณ์ร่วม #องค์การยูนิเซฟ และ #องค์การอนามัยโลก ยืนยันสนับสนุนร่างพรบ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย จากที่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับร่างพรบ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก ซึ่งกำลังได้รับการพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติอยู่ในขณะนี้ องค์การยูนิเซฟ และองค์การอนามัยโลกขอกล่าวย้ำดังนี้ การควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก อายุ 0-3 ปี เป็นมาตรฐานที่สากลยอมรับ และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากลว่าด้วยอาหารทดแทนนมแม่ โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา สมัชชาอนามัยโลกซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วยนั้น ได้มีมติรับรอง แนวทางเพื่อหยุดการส่งเสริมอาหารทารกและเด็กเล็กอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งได้ระบุชัดเจนว่า ไม่ควรมีการส่งเสริมการตลาดของอาหารทดแทนนมแม่ สำหรับทารกและเด็กเล็กอายุถึง 36 เดือน 2. หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั่วโลกที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นชัดเจนมาก การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่พ่อแม่จะป้องกันภาวะเตี้ยแคระแกร็นในเด็กได้ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาและด้านร่างกายของเด็ก นอกจากนี้ วารสารทางการแพทย์ The Lancet (2559) ยังแสดงให้เห็นว่า นมแม่มีความสัมพันธ์กับสติปัญญา (ไอคิว) ที่สูงขึ้นในเด็กและวัยรุ่น และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ของแม่อีกด้วย ปัจจุบันอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนในประเทศไทยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก และต่ำที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่การส่งเสริมการตลาดของผลิตภัณฑ์อาหารทดแทนนมแม่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและดุเดือด ดังนั้น การออกกฎหมายควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด ในขณะที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติกำลังพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่นั้น องค์การยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลก จึงขอยืนยันจุดยืนในการสนับสนุนร่างพรบ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย Joint Statement #UNICEF and #WHO fully support proposed legislation on the control of Marketing of Breastmilk Substitutes in Thailand In response to recent media reports on the proposed legislation on the control of Marketing of Breastmilk Substitutes (BMS) in Thailand, currently under consideration by the National Legislative Assembly, UNICEF and WHO would like to reiterate the following: Regulation of marketing of#breastmilksubstitutes for children aged 0-3 years is the internationally accepted standard and is fully in line with the International Code of Marketing of Breastmilk Substitutes. The Guidance on Ending the Inappropriate Promotion of Foods for Infants and Young Children, adopted by the World Health Assembly (WHA) – of which Thailand is a member – in May 2016, clearly states that marketing should not take place for breastmilk substitutes for children up to the age of three years. 2. The global scientific evidence to support #breastfeeding is clear and decisive. Breastfeeding is one of the most important and effective things that parents can do to prevent stunting, and promote the physical and cognitive development of their children. According to the recent findings of the Lancet (2016), breastfeeding is also consistently associated with higher levels of performance in intelligence tests among children and adolescents. Additionally, breastfeeding lowers the risk of breast cancer and ovarian cancer among mothers. The rate of exclusive breastfeeding in Thailand is below the global average and the lowest in the South-East Asia Region, while aggressive marketing of breastmilk substitutes to mothers and families is widespread. The introduction of the BMS code into law is becoming ever more urgent. UNICEF and WHO reiterate their strong support the introduction of the draft “Control of Marketing of Food for Infant and Young Children Act” currently under consideration by the National Legislative Assembly. CR:Unicef thailand  
แชร์ให้เพื่อน

แถลงการณ์ร่วม #องค์การยูนิเซฟ และ #องค์การอนามัยโลก ยืนยันสนับสนุนร่างพรบ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย

Press Tour สัญญาประชาคมท่าม่วงผลักดัน พรบ.CODE พรบ.ควบคุม
โดย Admin
26 สิงหาคม 2560
20
“มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ” จับมือ “ชุมชนท่าม่วง” ประกาศ “สัญญาประชาคม CODE” รวมพลังภาคีเครือข่าย เร่งผลักดัน  พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกฯ”                       “มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย” ร่วมกับตำบลนมแม่ “เทศบาลตำบลท่าม่วง” อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี  ประกาศสัญญาประชาคม จับมือองค์กรภาคีเครือข่ายและภาคประชาสังคม เร่งผลักดัน “พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง (CODE)” เพื่อปกป้อง สิทธิ์ของเด็กทารกให้ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนพร้อมกระตุ้นสังคมไทยให้ตระหนัก และรู้เท่าทันกลยุทธ์การตลาดของนมผง            แพทย์หญิงยุพยง แห่งเชาวนิช เลขาธิการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าการละเมิด CODE ของบริษัทผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก ด้วยการทำการสื่อสารการตลาดในรูปแบบต่างๆ ล้วนเป็น อุปสรรคที่สำคัญของการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในปัจจุบัน ด้วยอิทธิผลของการโฆษณา ที่สร้างภาพ และความเชื่อว่านมผงดีเทียบเท่านมแม่ โดยระบุว่ามีสารอาหารต่างๆ ทั้ง ครบถ้วนทำให้แม่เกิดความ เข้าใจ ผิดตัดสินใจหันไปใช้นมผงมากขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่มีอาหารอะไรที่มีคุณค่าและสามารถทดแทนนมแม่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของไทยลดต่ำลงเหลือเพียงร้อยละ 12 ซึ่งน้อยกว่า ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดในกลุ่มประเทศอาเซียน                       “ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตนมผงได้รุกเข้าไปทำตลาดถึงในชุมชน เป็นผลให้ชุมชนต้องออก มาปกป้อง แม่และเด็กในชุมชนของตนเอง ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับชาวตำบลท่าม่วง ดังนั้นหากมีพระราชบัญญัติควบคุม การส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก ก็จะช่วยปกป้องเด็กไทยทั่วประเทศจากการละเมิด CODE ของ บริษัทนมผงได้” พญ.ยุพยง กล่าว            นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยแม่เพียงอย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน ให้ได้ร้อยละ 60 ภายในปี 2558 หรือตั้งเป้าให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกให้ได้ 4.8 แสนคนน และส่งเสริมให้นมแม่อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับอาหารตามวัยเป็นระยะเวลา 2 หรือนาน กว่านั้น  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทย จะต้องช่วยกันสนับสนุน และผลักดัน ให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว  ดร.บวรสรรค์ เจี่ยดำรง ตัวแทนคณะผู้วิจัยจาก “โครงการ การสื่อสารเพื่อสนับสนุนนมแม่และผลักดันร่างพ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กฯ” เปิดเผยว่า การวิจัยกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของบริษัทนมผงและการละเมิด CODE พบว่าอุตสาหกรรม นมผงได้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการโดยมีเครื่องมือการสื่อสารที่สำคัญ 7 ประการได้แก่ การโฆษณา, การส่งเสริมการขาย, พนักงานขาย, การขายตรง, การตลาดอนเตอร์เน็ต, การแสดงสินค้า ณ จุดขาย และบรรจุภัณฑ์ โดยรูปแบบดังกล่าวล้วนแต่เป็นการละเมิด CODE ทั้งสิ้น            จากอิทธิผลของการสื่อสารการตลาดเหล่านี้ได้สร้างวาทกรรมและมายาคติที่ส่งผลต่อความคิดและความเชื่อแก่แม่ว่าสารอาหารในนมผงมีเทียบเท่ากับนมแม่ผ่านการใช้ภาษาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ อีกทั้ง การใช้ภาษาโฆษณายังสร้างความกังวลใจให้กับแม่ว่านมแม่อาจมีสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความ ลังเลใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก การสื่อสารการตลาดที่ละเมิด CODE ในปัจจุบัน มีผลให้แม่เชื่อและลังเลว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แล้วใช่นมผงร่วม หรือจะใช้นมผงอย่างเดียว แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ มีผลกระทบ ต่อการตัดสินใจ คือการใช้บุคลากรทางการแพทย์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารการตลาดในรูปแบบต่างๆ อาทิ การเป็นวิทยากร การแจกตัวอย่างนม หรือการใช้พื้นที่ของสถานพยาบาลแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ องนมผง ดังนั้นเราจึงควรเร่งผลักดันให้ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้โดยเร็ว” ดร.บวรสรรค์ระบุ            นางศิริพรรณ ภัทรสิริวรกุล อสม.ดีเด่น ประจำปี 2553  เปิดเผยว่า ตำบลท่าม่วงได้รับการคัดเลือก ให้เป็นชุมชนนมแม่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาตั้งแต่ปี 2551 ด้วยการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกับโรงพยาบาล สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 เริ่มตั้งแต่กระบวนการ ฝากครรภ์ มี อสม. คอยดูแลติดตามช่วยเหลือหลังคลอดถึงที่บ้าน มีการจัดมุมนมแม่ในโรงงาน การให้ ความรู้ในโรงเรียน รวมไปถึงการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ให้มีจิตสำนึก เกิดความตระหนัก และเห็น ความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่บริษัทนมผงขอติดต่อเข้ามาจัดกิจกรรมแจกนมผงในโรงพยาบาล โรงเรียน และชุมชน ทำให้ชมรม อสม. ร่วมกันหาวิธีการรับมือป้องกัน จึงจัดการรณรงค์ไม่ให้มี การจำหน่ายนมผง ในร้านค้าที่อยู่พื้นที่ของชุมชน ซึ่งปัจจุบันร้านค้าทั้ง 7 แห่งในตำบลท่าม่วงไม่มีนมผงจำหน่าย นอกจากนี้ให้ อสม.ลงเยี่ยมเยียนช่วยเหลือสนับสนุนแม่หลังคลอดทุกคน เพื่อให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ให้ได้ อย่างน้อย 6 เดือน หรือมากกว่านั้น            “การจัดเวทีสัญญาประชาคม CODE ของชาวท่าม่วงในครั้งนี้ ต้องการแสดงให้ทุกคนรู้ว่า การเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่นั้นมีประโยชน์และมีคุณค่าทั้งกับตัวแม่และเด็กมากกว่านมผง และจะเป็นการดีหาก พ.ร.บ.ฉบับนี้สามารถประกาศบังคับใช้ ก็จะช่วยให้เป้าหมายของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 100 เปอร์เซ็นต์ นั้นเป็นจริงได้เร็วมากขึ้น” อสม. ดีเด่นกล่าว                       สำหรับ “พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ได้ผ่านการขับเคลื่อนจากหน่วยงานต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขและภาคประสังคมมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการได้รับการรับรองจากภาคีเครือข่ายในที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 เมื่อปี 2553 โดยคณะรัฐมนตรีได้รับรองมติของที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในปี 2554 และปัจจุบัน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวอยู่ในระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบและประกาศเป็นกฏหมายที่มีผลบังคับใช้ต่อไป               ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยจะต้องร่วมกันสนับสนุนและผลักดันให้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มีผลบังคับใช้ เพื่อปกป้องเด็กไทยทุกคนให้ได้รับโอกาสในการกินนมแม่ ควบคู่ไปกับ การสร้างความตระหนักและรู้เท่าทันในกลยุทธ์การตลาดของนมผง เพื่อ ปกป้อง ส่งเสริม และ สนับสนุน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
แชร์ให้เพื่อน

Press Tour สัญญาประชาคมท่าม่วงผลักดัน พรบ.CODE

ทำไมต้องควบคุมการโฆษณานมผงทารกตั้งแต่ แรกเกิดถึง 3 ปี ? พรบ.ควบคุม
โดย soraya
12 ธันวาคม 2560
18
ทำไมต้องควบคุมการโฆษณานมผงทารกตั้งแต่ แรกเกิดถึง 3 ปี ? พรบ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก ไม่ได้ห้ามการขายนมผง ไม่ได้บังคับว่าต้องกินนมแม่นานเท่านั้นเท่านี้ เพียงแต่ห้ามการโฆษณา และส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก(อายุ แรกเกิดถึง 1 ปี )และเด็กเล็ก(อายุ 1-3 ปี) ซึ่งเป็นช่วงอายุที่อาหารมีความสำคัญมากสำหรับการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย สมองและสติปัญญา นมแม่เป็นอาหารหลักสำหรับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน หลังจากนั้น เมื่อทารกเริ่มกินอาหารเสริม ก็จะกินนมแม่ควบคู่ไปด้วยจนถึงอายุ 2 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นกับครอบครัวตัดสินใจตามบริบทของแต่ละครอบครัว เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปที่กินอาหารหลัก 3 มื้อ ก็ยังคงกินนมแม่ร่วมด้วยได้ ดังนั้นนมที่จะให้หลังอายุ 1 ปี ก็ยังถือว่าเป็นนมทดแทนนมแม่อยู่ดี ถึงแม้ไม่ใช่อาหารหลักค่ะ การโฆษณานมที่ใช้ทดแทนนมแม่ไม่ว่าที่อายุใดๆ จึงมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเริ่มหรือ เลิกนมแม่ จึงควรมีการควบคุม การห้ามโฆษณา อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ในปัจจุบันนี้ ก็ห้ามโฆษณานมผงสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 1 ปี และให้โฆษณานมผงเด็กโตเกิน 1 ปีได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร 1. โฆษณานมสำหรับเด็กอายุ เกิน1 ปี แต่คนดูไม่รู้ว่านี่สำหรับเด็กโตเกิน 1 ปี ดูแล้วเหมารวมว่า เด็กเล็กก็กินนมชนิดนี้ได้ ทั้งนี้ เพราะ ทั้งรูปแบบกล่อง กระป๋อง ภาพข้างกล่อง ข้างกระป๋อง แทบจะเหมือนกับนมเด็กแรกเกิด ถึง 1 ปี ทุกประการ การโฆษณา นมเด็กเกิน 1 ปี จึงเท่ากับโฆษณานมทารกแรกเกิดไปด้วย อย่างนี้ภาษาโฆษณา เขาเรียก ว่า Cross Promotion คือสินค้าคนละแบบกัน แบบหนึ่งโฆษณาได้ อีกแบบห้าม ก็ใช้โลโก้ให้เหมือนกันไปเสียเลย ไม่ผิดกฎหมาย( ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือเหล้าเบียร์ที่ห้ามโฆษณา แต่น้ำดื่มโฆษณาได้ ก็เอายีห้อเบียร์ มาเป็นยีห้อน้ำ ) เรื่องนมผงก็เช่นกันค่ะ ถ้าเราบอกว่าห้ามโฆษณานมเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี แต่เกิน 1 ปี โฆษณา ได้ คราวนี้ก็สบายค่ะ ใช้โลโก้เหมือนกันทั้งนมเด็กทารก และเด็กโต เลี่ยงกฎหมาย เราจึงต้องการให้ควบคุมการโฆษณา และส่งเสริมการตลาดถึงนมอายุ 3 ปีไปเลย ตัดปัญหาเรื่อง cross promotion นี้ 2. พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ดูโฆษณานมผงเด็กโตเกิน 1 ปี ก็เข้าใจว่า เกิน 1 ปี ควรไปกินนมผงได้แล้ว จะได้แข็งแรง ฉลาดเหมือนเด็กในโฆษณา ก็จะไปกดดันให้แม่ที่ให้ลูกกินนมแม่ถึง 1 ปี ว่าเลิกได้แล้ว มากินนมผงเถอะ เด็กไทยแทนที่จะกินนมแม่กันได้นานๆ ก็จะได้นมแม่ลดน้อยลงไปอีก 3. พ่อแม่และครอบครัว พอเห็นลูกอายุเกิน 1ปี ไม่กินข้าว ก็จะไปซื้อนมผงเด็กโตที่โฆษณามาให้กิน ด้วยเข้าใจผิดว่าเป็นนมผงทดแทนมื้ออาหารได้ ( บางคนถึงกับบอกว่าลูกไม่กินอาหาร ก็ไปซื้อนมผงชนิดนั้นๆมากินสิ เขาทำสำหรับเด็กไม่เจริญอาหาร ) ในความเห็นของดิฉัน “การปกป้องนมแม่ ควรจะปกป้องเด็กทุกอายุที่ยังกินนมแม่อยู่ และปัจจุบันนี้มีเด็กนมแม่มากมายที่กินนมแม่กันนานถึง 3ปี เราจึงควรจะปกป้องพวกเขา ให้ได้น้ำนมแม่อันทรงคุณค่าได้นานที่สุดเท่าที่แม่ลูกแต่ละคู่ต้องการ โดยปราศจากการโฆษณา และส่งเสริมการตลาด ของอาหารทารกและเด็กเล็กค่ะ ” พญ. ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล
แชร์ให้เพื่อน

ทำไมต้องควบคุมการโฆษณานมผงทารกตั้งแต่ แรกเกิดถึง 3 ปี ?

ประชุมเพื่อหาแนวทางในการผลักดัน พรบ.CODE พรบ.ควบคุม
โดย Admin
26 สิงหาคม 2560
17
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2557 สมาพันธ์เครือข่ายนมแม่ฯ ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดประชุมเพื่อหาแนวทางในการผลักดัน พรบ.ควบคุมการตลาดอาหารเด็กและทารกฯ (CODE)
แชร์ให้เพื่อน

ประชุมเพื่อหาแนวทางในการผลักดัน พรบ.CODE