รู้ก่อนให้นมแม่

สายใยสายสัมพันธ์ (ตอนที่1)
เขียนโดย Admin
21 มิถุนายน 2560
คุณแม่คนใหม่มักจะมีความสงสัยและคำถามมากมายอยู่ในใจ "เราจะเป็นแม่คนได้ไหม?  เราจะเลี้ยงลูกแบบที่พ่อแม่เลี้ยงเรามาหรือเปล่า? "
แชร์ให้เพื่อน

สายใยสายสัมพันธ์ (ตอนที่1)

หัวนมสั้น บอด ใหญ่ ยาว จะให้นมลูกได้หรือไม่ ?
เขียนโดย Admin
21 มิถุนายน 2560
ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับหัวนมแม่ ว่าจะสามารถให้นมลูกน้อยได้หรือไม่
แชร์ให้เพื่อน

หัวนมสั้น บอด ใหญ่ ยาว จะให้นมลูกได้หรือไม่ ?

Breastfeeding Benefit : Claim or Over Claim รู้ก่อนให้นมแม่
โดย soraya
10 ธันวาคม 2560
10
Breastfeeding Benefit : Claim or Over Claim Breastfeeding Benefit : Claim or Over Claim โดย พ.อ.หญิง ผศ. พญ. ปริศนา พานิชกุล วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฏเกล้า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับการคุมกำเนิด การให้ลูกได้กินนมแม่จะช่วยในการคุมกำเนิด แต่จะใช้ได้ต้องมีเงื่อนไข 3 ประการ ได้แก่ มารดาต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว มารดาต้องยังไม่มีประจำเดือน และจะใช้ได้ในช่วงหกเดือนแรกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับกระดูก ช่วงที่มารดาให้นมลูก อาจพบว่ามารดามีมวลกระดูกลดลง แต่หลังจากที่มารดาหยุดให้นมแม่แล้ว มวลกระดูกของมารดาจะกลับมาเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม การกินอาหารที่เหมาะสมของมารดา ทั้งในช่วงที่มารดาให้นมบุตรและในช่วงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรมีปริมาณแคลเซียมที่พอเพียง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับมะเร็งเต้านม การที่มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมของมารดา และเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของมารดา แม้ในกรณีที่มารดาเป็นมะเร็งเต้านม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับการพัฒนาสมองของมารดา การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสมองของแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในช่วง peripartum period พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสมองของแม่ในบางส่วนที่พิเศษที่อาจเรียกว่าเป็น “วงจรไฟฟ้าของการเป็นแม่ (maternal circuitry)” ที่มีความจำเป็นต่อการเริ่มต้น ต่อการคงไว้ และการควบคุมพฤติกรรมของการเป็นแม่ เช่น การสร้างรัง การปกป้องลูก เป็นต้น นอกจากนี้ บางส่วนควบคุมความจำ การเรียนรู้ และการตอบสนองต่อความกลัวและความเครียด1 โดยส่วนหนึ่งของ maternal circuitry นี้ คือ ระบบที่เกี่ยวกับแรงจูงใจของแม่ (maternal motivational system) ที่พบในการศึกษาในหนูทดลองของ Numan M. 2 ที่พบส่วนของสมองที่เรียกว่า medial preoptic area (MPOA) ที่เป็นส่วนวิกฤติที่จะเป็นส่วนที่รวมสัญญานจากฮอร์โมนต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงและการรับรู้ความรู้สึกที่เข้ามาในแม่นำไปสู่ maternal circuitry และยังมีส่วนของสมองที่เรียกว่า nucleus supraopticus (SON) ที่มีบทบาทสำคัญ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสมองของแม่พบว่าขนาดของสมองส่วน pituitary จะขยายใหญ่ขึ้นขณะตั้งครรภ์และเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยอาจเป็นผลจากการเพิ่มจำนวนเซลล์ รวมถึงที่บริเวณ MPOA และ SON และส่วนอื่นๆ และยังพบมีการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ (neurogenesis) ในสมองของแม่ ในปัจจุบันยังไม่เป็นที่เข้าใจชัดเจน แต่คาดว่าเซลล์ประสาทใหม่เหล่านี้ทำงานประสานกับวงจรไฟฟ้าของการเป็นแม่เดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว และน่าจะช่วยส่งเสริมความอ่อนตัวและการตอบสนองของแม่ต่อสิ่งกระตุ้นที่เฉพาะเจาะจงในสภาวะแวดล้อมใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงความต้องการอย่างมากในช่วงเวลาที่สำคัญนี้ สรุปโดย รศ. นพ. ภาวิน พัวพรพงษ์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  
แชร์ให้เพื่อน

Breastfeeding Benefit : Claim or Over Claim

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ รู้ก่อนให้นมแม่
โดย soraya
10 ธันวาคม 2560
7
คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้     งานวิจัยแรก ที่บอกว่าการบีบน้ำนมตั้งแต่ก่อนคลอด หรือที่เรียกว่า Antenatal milk expression สามารถทำได้อย่างปลอดภัย ขอนำเรื่องราวน่าสนใจ พญ. กรรณิการ์ บางสายน้อยได้นำผลงานวิจัยจาก Lancet มาให้อ่านในวันหยุดค่ะ เป็นงานวิจัยจากออสเตรเลีย เพิ่งตีพิมพ์เมื่อ 3 มิ.ย. 2560 นี้เอง งานวิจัยนี้ได้ทดลองในกลุ่ม #แม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งแม่กลุ่มนี้ ลูกมักจะเสี่ยงต่อน้ำตาลต่ำในเลือด มักถูกแยกไปอยู่ในแผนกฉุกเฉินทารก (NICU) ส่งผลให้ลูกไม่ได้ดูดนมแม่ เริ่มทดลองบีบน้ำนมตั้งแต่ 36 สัปดาห์ วันละสองครั้ง รูปหัวน้ำนมที่บีบได้ก่อนคลอด แต่ไม่ใช่รูปจากงานวิจัย เป็นของกูรูนมแม่แคนาดา โดยคุณหมอแจ๊ค นิวแมนคุณหมอ ได้อ่านงานศึกษานี้แล้วบอกว่าดีใจมาก ที่มีการศึกษารับรองว่าการบีบเอาหัวน้ำนมเก็บไว้ให้ลูกตั้งแต่ก่อนคลอด ทำได้อย่างทั้งมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพราะคุณหมอแจ๊ค นิวแมน เขาแนะนำแม่ ให้บีบเก็บน้ำนมให้ลูก กรณีที่อาจมีปัญหา ตั้งแต่ปี 1990 แล้วค่ะ กรณีแม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์เป็นตัวอย่างชัดเจน คุณหมอแจ๊ค แนะนำแม่ที่คลินิก คุณหมอให้ทำอย่างนี้ค่ะ เริ่มบีบด้วยมือตั้งแต่ 35 สัปดาห์ อย่างน้อยวันละครั้ง แช่แข็งเก็บไว้ นำไปโรงพยาบาลด้วย ถ้าลูกคลอดมาระดับน้ำตาลต่ำ ต้องเสริมนมก็ใช้หัวน้ำนมที่เก็บไว้มาละลายให้ หรือ ลูกดูดนมแม่ไม่ได้ ก็ใช้หัวน้ำนมที่เก็บไว้มาละลายให้ วิธีการให้ ดีที่สุดคือ การให้นมลูกให้ดูดนมแม่จากเต้านมเลย นอกนั้นคือ ใช้ถ้วยหรือช้อน กูรูนมแม่ระดับโลก แนะนำแบบนี้ค่ะ ทำให้หลีกเลี่ยงการใช้นมผสมได้ คุณแม่คนนี้ น้ำนมออกตั้งแต่ 16 สัปดาห์ ในภาพเป็นหัวน้ำนมที่เขาเก็บเมื่อตั้งครรภ์ 29 สัปดาห์ แม่อีกคน กับหัวน้ำนมเมื่อ ตั้งครรภ์ 36 สัปดาห์ คุณหมอแจ๊ค นิวแมน เขียนไว้ดีค่ะ “เวลาเผชิญปัญหาที่ไม่ปกติ ในเรื่องนมแม่ บุคลากรทางการแพทย์มักจบลงด้วยวิธีการแรก คือ ให้นมผสมแทน ถึงแม้จะรู้ว่านมแม่ดีที่สุด” ขอให้หยุดคิดกันหน่อย เมื่อเชื่อว่านมแม่ดีที่สุด #คุณแม่เป็นเบาหวานเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ขอบคุณข้อมูล พญ. กรรณิการ์ บางสายน้อย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
แชร์ให้เพื่อน

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้

การตั้งครรภ์ : ดื่มแอลกอฮอลล์ขณะตั้งครรภ์ ส่งผลต่อความผิดปกติของทารก รู้ก่อนให้นมแม่
โดย soraya
10 ธันวาคม 2560
10
การตั้งครรภ์ : ดื่มแอลกอฮอลล์ขณะตั้งครรภ์ ส่งผลต่อความผิดปกติของทารก เหตุใด.... คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ถึงไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ คะ แอลกอฮอล์ จัดอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มต้องห้ามสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ทว่า คุณแม่หลายๆ คนมีพฤติกรรมติดสุรายากที่จะหยุดได้ และบางครั้งได้ดื่มสุราในขณะที่ตนเองได้ตั้งครรภ์ไปแล้ว อาจเกิดผลต่อทารกเกินคาดค่ะ จากข้อมูลของ JAMA Pediar นักวิจัยได้การทบทวน หาอัตราการเกิดของ ความผิดปกติที่เกิดจากทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอลล์ ในเด็กและเยาวชน เป็นความผิดปกติทางด้านร่างและกายสมอง หรือ เรียกว่า Fetal Alcohol Spectrum disorder งานวิจัย พบว่า คุณแม่ที่ดื่มสุราขณะตั้งครรภ์มีถึง 1 ใน 13 ราย ทารกที่เกิดมา มีอาการ Fetal alcohol Spectrum Disorder(FASD) fetal alcohol spectrum disorder (FASD) มีอาการหลากหลาย เช่น พิการแต่กำเนิด สมาธิสั้น มีปัญหาด้านการเรียน จนถึงซึมเศร้า เสพติดยาฯ โตขึ้นมาก็อาจถูกจำคุก ตกงาน นอกจากนี้สุรายังเป็นสาเหตุหลักของทารกปัญญาอ่อน (mental retardation) ที่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรมอีกด้วย แต่โรคนี้ FASD เป็นโรคที่ป้องกันได้ค่ะ ใครทำงาน ห้องฝากครรภ์อย่าลืมนะคะ ส่วนคุณแม่ ขอความกรุณาอย่าได้เตะเลยค่ะ เพราะหารู้ไม่ว่า เจ้าแอลกอฮอลล์ เหล้า เบียร์ จะส่งผลในทางลบถึงลูกในครรภ์สูงมาก และส่งผลตามมาถึงจนโตค่ะ บทสรุปของงานวิจัย บอกว่าเป็นความจำเป็นในการสื่อสารให้สาธารณชนทราบเรื่องอันตรายการได้รับแอลกอฮอลล์ที่จะมีต่อลูกในครรภ์ ทำให้เกิด FASD เนื่องจากเป็นภาวะที่ป้องกันได้ ควรมีการคัดกรอง และให้การความรู้ และการดูแลที่เหมาะสม ข้อมูลตีพิมพ์ใน on line JAMA Pediar เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา http://jamanetwork.com/j…/jamapediatrics/fullarticle/2649225 ขอบคุณข้อมูลจาก พญ. กรรณิการ์ บางสายน้อย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย  
แชร์ให้เพื่อน

การตั้งครรภ์ : ดื่มแอลกอฮอลล์ขณะตั้งครรภ์ ส่งผลต่อความผิดปกติของทารก

สายใยสายสัมพันธ์ (ตอนที่1) รู้ก่อนให้นมแม่
โดย Admin
21 มิถุนายน 2560
30
คุณแม่คนใหม่มักจะมีความสงสัยและคำถามมากมายอยู่ในใจ "เราจะเป็นแม่คนได้ไหม?  เราจะเลี้ยงลูกแบบที่พ่อแม่เลี้ยงเรามาหรือเปล่า? "
แชร์ให้เพื่อน

สายใยสายสัมพันธ์ (ตอนที่1)

หัวนมสั้น บอด ใหญ่ ยาว จะให้นมลูกได้หรือไม่ ? รู้ก่อนให้นมแม่
โดย Admin
21 มิถุนายน 2560
27
ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับหัวนมแม่ ว่าจะสามารถให้นมลูกน้อยได้หรือไม่
แชร์ให้เพื่อน

หัวนมสั้น บอด ใหญ่ ยาว จะให้นมลูกได้หรือไม่ ?

สายใยสายสัมพันธ์ ตอนที่ 2 รู้ก่อนให้นมแม่
โดย Admin
21 มิถุนายน 2560
24
สายใยสายสัมพันธ์ จ, 06/02/2008 - 10:22 โดย พญ. ศิริพัฒนาศิริธนารัตนกุล คุณแม่ที่ให้ลูกดูดนมแม่จะสังเกตว่า ลูกจะไม่ได้ดูดนมติดต่อกันนานๆ แต่จะดูดๆ หยุดๆ กล่าวคือมีช่วงที่ดูดแรง ดูดแล้วกลืนนมเสียงดังติดต่อกันระยะหนึ่ง ทารกจะแลบลิ้นออกไปห่อใต้ลานหัวนมแม่ และขยับลิ้นรีดน้ำนมเข้าสู่ปาก ตามด้วยการ \" พัก\" อีกระยะหนึ่ง คือเป็นการดูดโดยไม่มีการกลืน (Non-nutritive sucking) ทารกจะขยับขากรรไกรขึ้นลงเร็วๆ จนเกือบจะเป็นการสั่นพลิ้วเบาๆ Dr . T . Berry Brazelton กุมารแพทย์ผู้มีชื่อเสียงด้านพฤติกรรมทารก ได้ศึกษาวิจัยเรื่องการดูดนมแม่แบบ\" พัก\" นี้ เพื่อดูว่ามีความสำคัญอย่างไร จากการสังเกตพบว่า ทารกดูเหมือนจะมองและตั้งใจฟังในช่วงเวลานี้ และแม่ก็มักจะเอามือลูบตัวลูกหรือแหย่เท้าลูก เพื่อให้ลูกดูดนมแม่ต่อ Dr. Brazelton พบว่า ครึ่งหนึ่งของการหยุด \"พัก\" นี้จะตามด้วยปฏิกริยาของแม่ เช่น จั๊กจี้เท้าลูก หรือพูดคุยกับลูก แม่ให้เหตุผลว่า เพื่อให้ลูกกลับไปดูดนมแม่ต่อ ลูกจะได้อิ่ม อีกครึ่งหนึ่ง แม่ไม่สนใจ ไม่มีปฏิกริยาใดๆ ผลการวิจัยพบว่า ในกลุ่มที่แม่ไม่สนใจ ไม่ตอบสนองด้วยการลูบคลำลูก ช่วงเวลาการหยุดดูด จะสั้นกว่ากลุ่มที่แม่พูดคุยกับลูกอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทารกหยุดดูดนานขึ้น เพื่อให้แม่มาเล่นด้วย และมีการสื่อสารกัน พ่อแม่หลายคู่มัวแต่ห่วงกังวลเกี่ยวกับเรื่องทาง \"เทคนิค\" เสียจนลืมส่วนที่อ่อนโยนของการให้นมแม่ ช่วงเวลาที่ลูกหยุดดูดนม และดูดแบบ \"เล่นๆ\" นี่แหละค่ะ คือช่วงเวลาทองสำหรับแม่ลูกจะได้มีการสื่อสารสัมพันธ์กัน คุยกับลูกเบาๆ ลูบแก้มลูบแขนลูกบ้าง การเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับลูกโดยการสัมผัส อุ้ม โอบกอด พูดคุยกับลูก และเรียนรู้ที่จะปรับตัวพ่อแม่ให้เข้ากับลักษณะเฉพาะตัวของลูกเป็นสิ่งสำคัญพอๆกับการเลี้ยงร่างกายให้เติบโต เพราะสายใยสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนั้นจะคงอยู่ตลอดชั่วชีวิตทีเดียว เอกสารอ้างอิง ตอนที่1 \"เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ :วิถีแห่งธรรมชาติ พญ. ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล พิมพ์ครั้งที่ 3 พศ. 2539 สำนักพิมพ์รักลูก โครงการหนังสือเล่ม อันดับที่ 75 ชุดการดูแลครรภ์ และการคลอด หน้า 63-64 ตอนที่2 \"Touchpoints: the Essential Reference\" T. Berry Brazelton . M.D. 8 th printing , July 1996 Addison-Wesley publishing company p.44
แชร์ให้เพื่อน

สายใยสายสัมพันธ์ ตอนที่ 2